Product-baner
INVESTOR RELATIONS
นักลงทุนสัมพันธ์

คณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

นาย สุชาติ ศุภพยัคฆ์

ประธานกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา
และพิจารณาค่าตอบแทน

นาย สำรวย ทิชาชล

กรรมการธรรมาภิบาล สรรหา
และพิจารณาค่าตอบแทน

นาย ปิยะ จริยเศรษฐพงศ์

กรรมการธรรมาภิบาล สรรหา
และพิจารณาค่าตอบแทน

คณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

คณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณค่าตอบแทน ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน ดังนี้

1. นายสุชาติ ศุภพยัคฆ์

ประธานกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

2. นายสำรวย ทิชาชล

กรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

3. นายปิยะ จริยเศรษฐพงศ์

กรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

โดยมีนางสาวพรพิมล ต่อไพบูลย์ เป็นเลขานุการคณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

ขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน มีดังนี้้

1. คัดเลือกและสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำหน้าที่เป็นกรรมการของบริษัท หรือกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ รวมถึงในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการของบริษัทว่างลง โดยใช้นิยามและคุณสมบัติของกรรมการเป็นเกณฑ์ ในการพิจารณา และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ

2. พิจารณาและเสนอแนะให้คณะกรรมการมีขนาดและองค์ประกอบที่เหมาะสมกับบริษัท โดยคำนึงถึงคุณสมบัติของคณะกรรมการที่ต้องประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม ตาม Board Skill Matrix

3. วางแผนและดำเนินการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้จัดการใหญ่ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณา

4. ทบทวนความเหมาะสมของหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาค่าตอบแทนในปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ตลอดจนมีความสอดคล้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น

5. พิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่นๆ ของคณะกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ผู้จัดการใหญ่ตามความเหมาะสม

ในส่วนค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่นๆ ของคณะกรรมการบริษัทจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณา จากนั้นเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเพื่ออนุมัติโดยคำนึงถึงปัจจัย 3 ประการ ดังนี้

    • แนวปฏิบัติที่บริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันใช้ในการจ่ายค่าตอบแทน
    • ผลประกอบการและขนาดธุรกิจของบริษัท
    • ความรับผิดชอบ ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของกรรมการ

6. พิจารณาค่าตอบแทนให้มีความเหมาะสม เพื่อจูงใจผู้บริหารในระยะยาวที่มีความสอดคล้องกับผลงานของบริษัท และผลประโยชน์ที่สร้างให้กับผู้ถือหุ้น

7. พิจารณากำหนดแนวทาง เสนอแนะแนวนโยบาย แนวปฏิบัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ ตามระบบธรรมาภิบาลที่ดีต่อคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการ เพื่อกำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นแนวทางปฏิบัติของบริษัทที่ได้มาตรฐาน และเป็นแนวทางที่ถูกต้อง

8. กำกับดูแลให้คำปรึกษา ประเมินผล และทบทวนนโยบายการปฏิบัติตามหลักการธรรมาภิบาลที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อพัฒนาและยกระดับระบบธรรมาภิบาลของบริษัท

9. จัดทำรายงานกำกับดูแลกิจการ/ผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน ต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท และลงนามโดยประธานกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน

10. เปิดเผยนโยบายเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทน และเปิดเผยค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการจัดทำรายงานการกำหนดค่าตอบแทน และความเห็นของคณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปี

11. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

ทั้งนี้ ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว คณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทนมีความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง และให้คณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี โดยกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน ที่พ้นตำแหน่งตามวาระอาจได้รับ การแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทอีกครั้ง

ทั้งนี้ การมอบอำนาจให้แก่คณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน จะไม่รวมถึงอำนาจ ในการอนุมัติรายการใดที่อาจมีความขัดแย้ง หรือรายการใดที่คณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน หรือบุคคลที่เกี่ยวโยงกับคณะกรรมการธรรมาภิบาล สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน มีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดขัดแย้งกับบริษัทตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งการอนุมัติรายการ ในลักษณะดังกล่าว จะต้องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาและอนุมัติรายการดังกล่าวตามข้อบังคับของบริษัทหรือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ เว้นแต่เป็นการอนุมัติรายการที่เป็นลักษณะการดำเนินธุรกรรมการค้าปกติทั่วไปของบริษัทที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดกรอบการพิจารณาไว้ชัดเจน