Text Size

ประวัติบริษัท

  • 2537

    ก่อตั้งบริษัทฯ ขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ในชื่อ “บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด” เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2537

  • 2538

    บริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายเม็ดพลาสติก HDPE ของบริษัท บางกอกโพลีเอทีลีน จำกัด (มหาชน) และมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 5 ล้านบาท

  • 2539

    บริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งจาก บริษัท เอสซีจี พลาสติก จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ซีซีซี ค้าเคมีภัณฑ์ จำกัด) ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการค้ากับกลุ่มปิโตรเคมีของปูนซิเมนต์ไทย โดยในขณะนั้นบริษัทฯ ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มียอดขายเป็นอันดับ 17 ของ บริษัท เอสซีจี พลาสติก จำกัด และยังได้รับการแต่งตั้งจาก Eastman Chemical ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า เกรดพิเศษ (Specialty Product) และการทำการค้ากับบริษัทข้ามชาติ หลังจากนั้นก็มีบริษัทระดับโลกหลายรายก็ได้ติดต่อให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า และบริษัทฯ ได้มีการเพิ่มทุนเป็น 10 ล้านบาท

  • 2540

    บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนเป็น 20 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทฯ และบริษัทฯ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Dupont Engineering Polymers ที่เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก POLYAMIDE 66 หรือ NYLON 66 ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตัวแทนจำหน่ายของ Chi Mei Corporation ผู้ผลิต ABS รายใหญ่ที่สุดของโลก

  • 2541

    ได้รับแต่งตั้งจาก Ciba Specialty Chemical ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าสารเติมแต่งสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกระดับโลก และ Owen Corning Australia PTY ผู้ผลิต Fiber Glass ให้เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย และเพิ่มทุนเป็น 30 ล้านบาท

  • 2542

    ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทสยามโพลีสไตรีน จำกัด (ประเทศไทย) (Dow Chemical Thailand บริษัทเคมีและพลาสติกชั้นนำของโลก) และ Cabot Plastics Hongkong Ltd. ผู้ผลิต Masterbatch ให้เป็นตัวแทนจำหน่าย บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนเป็น 50 ล้านบาท และทำยอดขายได้เกิน 500 ล้านบาทเป็นครั้งแรก

  • 2543

    Advance Elastomer Systems (AES) หลังจากการควบรวมกิจการปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Exxon Mobil ซึ่งเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PP ผสมยางที่ใหญ่ที่สุดในโลกแต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายและบริษัทฯ มีการขยายวงเงินสินเชื่อจาก 3 ธนาคารเป็น 6 ธนาคาร ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก ยอดขายของบริษัทฯ ในปี 2543 เพิ่มขึ้น 57% จาก ปี 2542 นั่นคือเพิ่มจาก 542 ล้านบาทเป็น 849 ล้านบาท

  • 2544

    บริษัทฯ มียอดขายเกินหลักพันล้านบาทเป็นครั้งแรก โดยมียอดขายในปี 2544 เท่ากับ 1,116 ล้านบาท และบริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 50 ล้านบาทเป็น 80 ล้านบาท เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของบริษัทฯ

  • 2546

    บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนเป็น 100 ล้านบาท และย้ายที่ตั้งคลังสินค้ามาอยู่บริเวณที่ตั้งปัจจุบันที่ถนนกิ่งแก้ว ซึ่งเป็นที่ตั้งยุทธศาสตร์เนื่องจากอยู่ใกล้ลูกค้า มีความสะดวกรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากแหล่งผลิตในประเทศที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หรือสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศผ่านทางท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และบริษัทฯ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากบริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิต PVC ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน.

  • 2547

    บริษัทฯ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจาก Exxon Mobil ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินงาน บริษัทฯ จึงได้ย้ายที่ตั้งของสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่เดียวกับคลังสินค้าบริษัทฯ มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 15/2547 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2547 โดยมีมติให้จ่ายเงินปันผลจำนวน 78 ล้านบาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระ(ในคราวเดียวกัน) อีก 55 ล้านบาท เป็น 155 ล้านบาท ต่อมาที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2547 และ 2/2547 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 และ 17 ธันวาคม 2547 ตามลำดับ มีมติอนุมัติเงินปันผล และการเพิ่มทุนดังกล่าว

  • 2548

    บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2548 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 โดยผู้ถือหุ้นได้มีการลงมติให้

    1. เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จาก 100 บาทต่อหุ้น เป็น 1 บาทต่อหุ้น
    2. ยืนยันการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
    3. เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท โดยเพิ่มทุนจำนวน 45 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 1 บาทต่อหุ้น เพื่อเสนอขายต่อประชาชน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจในการพิจารณาและกำหนด รายละเอียดในการเสนอขายหุ้นดังกล่าว

      ต่อมา บริษัทฯ ได้ทำการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ ทำการจดทะเบียนแปรสภาพ และเปลี่ยนชื่อบริษัทฯ เป็น “บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน)” เรียบร้อย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2548 เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2548 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2548 มีมติให้แก้ไขการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 45 ล้านหุ้นใหม่ ดังนี้

      1. หุ้นสามัญจำนวน 1.1 ล้านหุ้น ให้เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯในราคาเท่ากับมูลค่า ของงวดปีบัญชี 2547 ซึ่งเท่ากับ 1.03 บาทต่อหุ้น
      2. หุ้นสามัญจำนวน 43.9 ล้านหุ้น ให้เสนอขายต่อประชาชน โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจในการพิจารณาและกำหนดรายละเอียดในการเสนอขายหุ้นดังกล่าว
      3. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 15 รายได้ทำการซื้อหุ้นสามัญจำนวน 1.1 ล้านหุ้น ที่จัดสรรไว้สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ในวันที่ 8-14 มิถุนายน 2548 และบริษัทฯ ได้ทำการจดทะเบียนการเพิ่มทุนดังกล่าวเรียบร้อยแล้วในวันที่ 28 มิถุนายน 2548 ทำให้บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็น 156.1ล้านบาท
      4. บริษัทได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2548 โดยได้เปิดให้มีการจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2548 และเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2548 บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วต่อกระทรวงพาณิชย์ จาก 156.1 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท
      5. เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2548 ได้เปิดให้มีการซื้อขายหุ้นสามัญของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นครั้งแรก ในหมวดปิโตรเคมี ภายใต้ชื่อย่อ “GC”
  • 2549

    ได้รับเอกสารแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก Nanocor, Inc. ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าสารเติมแต่งสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติก และ BASF CATALYSTS LLC. (เดิมชื่อ Engelhard corporation) ผู้ผลิตสินค้า Catalyst

  • 2550

    ลงนามร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในสัญญาการให้การสนับสนุนทางการเงินในโครงการ K – Dealer Financing เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550 โดยธนาคารจะสนับสนุนวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนให้กับลูกค้าของบริษัท เพื่อความสะดวก และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงิน

    ฉลองครบรอบ 10 ปีความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรทางการค้ากับบริษัท DuPont เมื่อวันที่ 13กันยายน 2550 ณ โรงแรมสุโขทัย

  • 2551

    ร่วมกับ Dupont, Eastman และ Dainippon Ink and Chemicals, Incorporated (DIC) จัดสัมมนาเรื่อง Metal & Glass Replacement ณ. ห้องประชุมบริษัท โดยทางบริษัทได้เชิญลูกค้าของบริษัท และผู้ที่สนใจในกลุ่มอุตสาหกรรม Automotive industries, Packaging industries,Packaging industries, E/E industries และ Sporting goods industries เพื่อเป็นการแนะนำผลิตภัณฑ์เก่าและใหม่, เพื่อให้ลูกค้ามีความรู้ และเข้าใจในผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำพลาสติกไปใช้แทน โลหะ หรือ แก้ว กับสินค้าของตนเองได้

    GC ได้รับการติดต่อจาก DIC ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเกรดพิเศษ PPS (Polyphynielene Sulfide) ที่ใช้แทนโลหะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อีเลคโทรนิคส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

  • 2552

    GC ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเกรดพิเศษ ประเภทสารเติมแต่งจากบริษัท AKZO NOBEL POLYMER CHEMICALS BV จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ AKZO NOBEL จากประเทศเนเธอร์แลนด์

  • 2553

    ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัท BST Elastomers จำกัด ในสินค้าประเภท Polybutadiene Rubber และ Styrene Butadiene Rubber ในขณะเดียวกัน สิ้นสุดการต่อสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายของ BASF เนื่องจากการทับซ้อนของผลิตภัณฑ์

  • 2554

    ได้รับการแต่งตั้งจาก Timcal Ltd. เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Graphite ซึ่งเป็นสารเติมแต่งสำหรับ โพลีเมอร์
    เป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัท Miliken Chemical ซึ่งเป็นผู้ผลิตสารเติมแต่งที่ใช้ในการปรับปรุงคุณสมบัติของ Polyethelene และ Polypropylence จากประเทศสหรัฐอเมริกา

    เป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัท Imerys Mineral จากประเทศฝรั่งเศศ ในการเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภท Talcum (Imerys Mineral ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่ 117 เหมืองครอบคลุมแร่มากกว่า 30 ชนิด ได้รับซื้อหน่วยธุรกิจ Talcum จาก Rio Tinto Mineral ในเดือนสิงหาคม 2554)

  • 2555

    GC ยุติบทบาทการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัท เอสซีจี พลาสติกส์ จำกัด ด้วยความเห็นพร้องร่วมกัน ในขณะเดียวกัน ได้จัดหาสินค้าทดแทน โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัท พีทีที โพลิเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่ม ปตท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป

  • 2556

    มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการและการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม โดยคุณศิริ ฐิรวัฒนวงศ์ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท เนื่องจากต้องการเกษียณอายุการทำงานก่อนกำหนดโดยมีผลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556

  • 2557

    บริษัทได้ลงนามความร่วมมือด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการตลาดกับบริษัท เทคโนกรีน จำกัด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 สำหรับสินค้านวัตกรรมใหม่ในการขจัดตะกรัน โดยใช้วัตถุดิบที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ Micro-Nice ในโอกาสนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการสร้างความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมเข้าสู่กระบวนการทำธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

    บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เลขที่ 2109/2557 ลงวันที่ 9 กันยายน 2557 โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการประเภท 7.12 กิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ (International Procurement Office - IPO)

  • 2558

    รศ. เชาวลีย์ พงศ์ผาติโรจน์ แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นกรรมการ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระของบริษัท ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้ง คุณธานี พุฒิพันธุ์พฤทธิ์ เป็นกรรมการ กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระแทนการลาออก และการแต่งตั้ง มีผลวันเดียวกันในวันที่ 1 มกราคม 2559

  • 2559

    ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2559 บริษัท โกลบอล คอนเน็คชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ลงทุนในโครงการ    ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคาอาคาร (PV Solar Rooftop) กำลังการผลิตติดตั้ง 114.35 กิโลวัตต์  เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้านครหลวง อายุสัมปทานคงเหลือ 23 ปี